แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ปี 2566 สอบรับราชการ
"พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 (แก้ไขถึงฉบับที่ 8 )พ.ศ.2553"
จะสนามสอบตำแหน่งไหนระดับปฏิบัติการหรือนักวิชาการรวมทั้งตำแหน่งบริหารที่สอบคัดเลือก"พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534"ก็จะเป็นกฎหมายหลักที่นำมาออกข้อสอบทุกสนามเช่นกันจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่สอบว่ามีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายฉบับนี้ในการปฏิบัติงานหรือไม่ดังนั้นการรวบรวมแนวข้อสอบชุดนี้จึงมีเนื้อหาครอบคลุมทุกระดับตำแหน่งซึ่งสามารถใช้เป็นแบบทดสอบได้ทั้ง 48 ข้อ มาทดสอบกันคะ
ข้อ 1.พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534มีผลบังคับวันที่ใด
ก.4 กันยายน 2534 ข.5 กันยายน 2534
ค.6 กันยายน 2534 ง.7 กันยายน 2534
อธิบาย พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 2 พ.ร.บ.นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป คือ พระราชบัญญัตินี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 4 เมษายน 2534 คำว่าตั้งแต่วันถัดจากก็คือวันที่ 5 เมษายน 2534
ข้อ 2.การบริหารราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534ต้องเป็นไปเพื่อให้เกิดอะไร ข้อใดกล่าวผิด
ก.เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน
ข.เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
ค.ความมีประสิทธิภาพ
ง.ความมีประสิทธิผล
อธิบาย มาตรา 3/1 การบริหารราชการตามพระราชบัญญัตินี้ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การลดภารกิจและยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่จำเป็น การกระจายภารกิจและทรัพยากรให้แก่ท้องถิ่น การกระจายอำนาจตัดสินใจ การอำนวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของประชาชน ทั้งนี้โดยมีผู้รับผิดชอบต่อผลของงาน
"มาตรานี้ควรท่องและจำให้ขึ้นใจ"
ข้อ 3.การปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 3/1ใช้วิธีการบริหารแบบใด
ก.การบริหารความเป็นธรรม
ข.การบริหารประเทศชาติ
ค.การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
ง.ถูกทุกข้อ
อธิบาย ในการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการ ต้องใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้คำนึงถึงความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงาน การมีส่วนร่วมของประชาชน การเปิดเผยข้อมูล การติดตามตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ตามความเหมาะสมของแต่ละภารกิจ
ข้อ 4.การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทย ข้อใดไม่ใช่
ก.ระเบียบบริหารราชการส่วนท้องที่
ข.ระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
ค.ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค
ง.ระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง
อธิบาย มาตรา 4 ให้จัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ดังนี้
1.ระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง
2.ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค
3.ระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
ข้อ 5.การกำหนดตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของส่วนราชการต่างๆให้คำนึกถึงสิ่งใด
ก.คุณภาพของส่วนราชการนั้น
ข.ปริมาณงานของส่วนราชการนั้น
ค.ถูกทั้งข้อ
ง.ไม่มีข้อถูก
อธิบาย มาตรา 5 การแบ่งราชการออกเป็นส่วนต่างๆ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ให้กำหนดตำแหน่งและอัตราเงินเดือนโดยคำนึงถึงคุณภาพและปริมาณงานของส่วนราชการนั้นๆ ไว้ด้วย
ข้อ 6.ใครเป็นผู้รักษาการพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534
ก.ปลัดกระทรวง ข.รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
ค.รัฐมนตรีช่วยว่าการ ง.นายกรัฐมนตรี
อธิบาย มาตรา 6 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ข้อ 7.การรวมกระทรวงต่างๆเข้าด้วยกันต้องตราเป็นกฎหมายใด
ก.พระราชกฤษฎีกา ข.พระราชบัญญัติ
ค.พระราชกำหนด ง.รัฐธรรมนูญ
ข้อ 8.การจัดตั้งกระทรวง ทบวง กรมขึ้นใหม่ต้องตราเป็นกฎหมายใด
ก.พระราชกฤษฎีกา ข.พระราชบัญญัติ
ค.พระราชกำหนด ง.รัฐธรรมนูญ
ข้อ 9.การรวมหรือการโอนราชการส่วนกลางหากไม่มีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตราข้าราชการหรือลูกจ้างเพิ่มขึ้นต้องตราเป็นกฎหมายใด
ก.พระราชกฤษฎีกา ข.พระราชบัญญัติ
ค.พระราชกำหนด ง.รัฐธรรมนูญ
อธิบาย มาตรา 8 การรวมหรือการโอนส่วนราชการตามมาตรา 7ไม่ว่าจะมีผลเป็นการจัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่หรือไม่ถ้าไม่มีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตราของข้าราชการหรือลูกจ้างเพิ่มขึ้นให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งให้ระบุอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการการโอนอำนาจหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งส่วนราชการหรือเจ้าพนักงานที่มีอยู่เดิมการโอนข้าราชการและลูกจ้างงบประมาณรายจ่ายรวมทั้งทรัพย์สินและหนี้สินเอาไว้ด้วยแล้วแต่กรณี
ให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและสำนักงบประมาณมีหน้าที่ตรวจสอบดูแลมิให้มีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตราของข้าราชการพลเรือนหรือลูกจ้างของส่วนราชการที่จัดตั้งขึ้นใหม่หรือที่ถูกรวมหรือโอนไปตามวรรคหนึ่งเพิ่มขึ้นจนกว่าจะครบกำหนดสามปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งมีผลใช้บังคับ
ผู้เขียนขออธิบายเพิ่ม 1.การรวมหรือการโอนราชการส่วนกลางคือกระทรวง ทบวง กรมหากมีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตราของข้าราชการหรือลูกจ้างขึ้นให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ2.การรวมหรือการโอนราชการส่วนกลางคือกระทรวง ทบวง กรมหากไม่มีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตราของข้าราชการหรือลูกจ้างขึ้นให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
ข้อ 10.การเปลี่ยนชื่อส่วนราชการตามมาตรา 7ต้องตราเป็นกฎหมายใด
ก.พระราชกฤษฎีกา ข.พระราชบัญญัติ
ค.พระราชกำหนด ง.รัฐธรรมนูญ
อธิบาย มาตรา 8 ตรีการเปลี่ยนชื่อส่วนราชการตามมาตรา 7ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาและในกรณีที่ชื่อตำแหน่งของข้าราชการในส่วนราชการนั้นเปลี่ยนไปให้ระบุการเปลี่ยนชื่อไว้ในพระราชกฤษฎีกาด้วย
ข้อ 11.การยุบ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ตราเป็นกฎหมายใด
ก.พระราชกฤษฎีกา ข.พระราชบัญญัติ
ค.พระราชกำหนด ง.รัฐธรรมนูญ
ข้อ 12.การแบ่งส่วนราชการภายในกรม ต้องตราเป็นกฎหมายใด
ก.พระราชกฤษฎีกา ข.พระราชบัญญัติ
ค.พระราชกำหนด ง.กฎกระทรวง
อธิบาย มาตรา 8
ข้อ 13.การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัย ตราเป็นกฎหมายใด
ก.พระราชบัญญัติ ข.พระราชกฤษฎีกา
ค.พระราชกำหนด ง.กฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยนั้น
อธิบาย มาตรา 8
ข้อ 14.นายกรัฐมนตรีบังคับบัญชาข้าราชการใด
ก.ฝ่ายบริหารทุกตำแหน่งซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวง กรม
ข.ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ค.อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ง.ถูกทุกข้อ
ข้อ 15.รองเลขาธิการฝ่ายบริหารและผู้ช่วยเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นข้าราชการประเภทใด
ก.ข้าราชการพลเรือนวิสามัญ ข.ข้าราชการพลเรือนสามัญ
ค.ข้าราชการการเมือง ง.ข้าราชการส่วนราชการกระทรวง
ข้อ 16.เลขาธิการและรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นข้าราชการประเภทใด
ก.ข้าราชการพลเรือนวิสามัญ ข.ข้าราชการพลเรือนสามัญ
ค.ข้าราชการการเมือง ง.ข้าราชการส่วนราชการกระทรวง
อธิบาย มาตรา 13 ผู้เขียนท่องจำแบบนี้ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีและรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองเป็นข้าราชการการเมือง และรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหารและผู้ช่วยเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ
เลขาธิการและรองเลขาธิการฝ่ายการเมือง เป็น ข้าราชการการเมือง
รองเลขาธิการฝ่ายบริหาร และผู้ช่วยเลขาธิการ เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ
ข้อ 17.สำนักนายกรัฐมนตรีอาจมีส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีได้ตามที่กำหนดในกฎหมายใด
ก.กฎหมายว่าด้วยพระราชกฤษฎีกา
ข.กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
ค.กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม
ง.ถูกทุกข้อ
อธิบาย มาตรา 15 ในสำนักนายกรัฐมนตรี อาจมีส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีได้ตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม
ข้อ 18.ตำแหน่งใดต่อไปนี้ไม่ใช่ข้าราชการการเมือง
ก.ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรี
ข.ผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ค.เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ง.เลขานุการรัฐมนตรี
ข้อ 19.การใช้อำนาจและการปฏิบัติหน้าที่ของอธิบดีต้องคำนึงถึงสิ่งใด
ก.นโยบายที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
ข.แนวทางและแผนการปฏิบัติราชการของกระทรวง
ค.นโยบายที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ
ง.ถูกทุกข้อ
ข้อ 20.สำนักงานเลขานุการกรม มีผู้ใดเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด
ก.ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการกรม
ข.เลขานุการกรม ค.เลขาธิการกรม
ง.หัวหน้าสำนักงานกรม
21.ผู้ดำรงตำแหน่งในราชการส่วนกลางที่มีอำนาจอาจมอบอำนาจให้ตำแหน่งใดปฏิบัติราชการแทนได้
ก.ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นในส่วนราชการเดียวกัน
ข.ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นในส่วนราชการอื่น
ค.ผู้ว่าราชการจังหวัด
ง.ถูกทุกข้อ
ข้อ 22.การมอบอำนาจให้กระทำโดยวิธีการทำเป็นสิ่งใด
ก.ประกาศ ข.หนังสือ
ค.สมุดบันทึก ง.คำสั่ง
ข้อ 23.นายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ใครเป็นผู้รักษาราชการแทนก่อนตำแหน่งอื่น
ก.ผู้ช่วยนายกรัฐมนตรี ข.เลขานุการนายกรัฐมนตรี
ค.ผู้ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ง.รองนายกรัฐมนตรี
อธิบาย มาตรา 41 ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองนายกรัฐมนตรีหลายคนให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทนถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นรักษาราชการแทน
ข้อ 24.ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการแทนได้ให้ใครเป็นผู้รักษาราชการแทนก่อนตำแหน่งอื่น
ก.รองนายกรัฐมนตรี ข.รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
ค.ผู้ช่วยนายกรัฐมนตรี ง.เลขานุการรัฐมนตรี
ข้อ 25.ถ้าไม่มีผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแต่งตั้งผู้ใดเป็นผู้รักษาราชการแทน
ก.ผู้รักษาราชการแทนเลขานุการรัฐมนตรี
ข.ข้าราชการในกระทรวงคนใดคนหนึ่ง
ค.ข้าราชการในกระทรวงจำนวนคณะหนึ่ง
ง.ข้าราชการต่างกระทรวงจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งคน
ข้อ 26.ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้ผู้ใดเป็นผู้รักษาราชการแทนเป็นลำดับแรก
ก.ผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าอธิบดี ข.รองอธิบดี
ค.ผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่ารองอธิบดี ง.ผู้ช่วยอธิบดี
ข้อ 27.ถ้ามีรองอธิบดีหลายคน ให้ผู้ใดแต่งตั้งรองอธิบดีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทนอธิบดี
ก.ปลัดกระทรวง ข.อธิบดี
ค.รองปลัดกระทรวง ง.ไม่มีข้อใดถูก
ข้อ 28.ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก.ผู้รักษาราชการแทนมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน
ข.ผู้รักษาราชการแทนมีอำนาจหน้าที่คล้ายกับผู้ซึ่งตนแทน
ค.ผู้รักษาราชการแทนมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทนเว้นแต่เรื่องสำคัญ
ง.ผู้รักษาราชการแทนมีอำนาจหน้าที่คล้ายกับผู้ซึ่งตนแทนเว้นแต่เรื่องสำคัญ
อธิบาย มาตรา 49
ข้อ 29.ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 คณะผู้แทน หมายถึง
ก.ข้าราชการฝ่ายพลเรือนประจำการในต่างประเทศ
ข.ข้าราชการฝ่ายทหารประจำการในต่างประเทศ
ค.คณะผู้แทนถาวรไทยประจำการในองค์การระหว่างประเทศ
ง.ถูกทุกข้อ
อธิบาย มาตรา 50/1
ข้อ 30.ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 คณะผู้แทนต้องได้รับการแต่งตั้งในสถานที่ใด
ก.สถานเอกอัครราช
ค.สถานกงสุล ง.ถูกทุกข้อ
อธิบาย มาตรา 50/1
ข้อ 31.ข้อใด ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล
ก.เทศบาล ข.อำเภอ
ค.จังหวัด ง.กระทรวง
ข้อ 32.การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค คือข้อใด
ก.อบต. ข.เทศบาล
ค.อำเภอ ง.กรม
ข้อ 33.การปกครองท้องถิ่นใช้หลักการใด
ก.CentraliZation ข. Deconcentralization
ค.Decentralization ง. Noncentralization
ข้อ 34.ตั้ง ยุบ เปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด ตราเป็นกฎหมายใด
ก.พระราชบัญญัติ ข.พระราชกำหนด
ค.พระราชกำหนด ง.พระราชกฤษฎีกา
ข้อ 35.จังหวัดยื่นคำขอจัดตั้งงบประมาณได้ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขที่กำหนดในกฎหมายใด
ก.พระราชบัญญัติ ข.พระราชกำหนด
ค.พระราชกำหนด ง.พระราชกฤษฎีกา
อธิบาย มาตรา 52/1
ข้อ 36.ใครทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการจังหวัด
ก.คณะกรมการจังหวัด ข.รองผู้ว่าราชการจังหวัด
ค.ปลัดจังหวัด ง.หัวหน้าส่วนราชการ
อธิบาย มาตรา 53
ข้อ 37.คณะกรมการจังหวัดมีใครเป็นประธาน
ก.ผู้ว่าราชการจังหวัด ข.รองผู้ว่าราชการจังหวัด
ค.อัยการจังหวัด ง.ปลัดจังหวัด
อธิบาย มาตรา 53
ข้อ 38.คณะกรมการจังหวัดมีใครเป็นเลขานุการ
ก.หัวหน้าส่วนราชการ ข.ปลัดจังหวัด
ค.ท้องถิ่นจังหวัด ง.หัวหน้าสำนักงานจังหวัด
อธิบาย มาตรา 53
ข้อ 39.พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ไม่เป็นไปเพื่อสิ่งใด
ก.ประโยชน์สุขของประชาชน ข.การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ค.การคุ้มค่าแห่งการลงทุน ง.ความมีประสิทธิภาพ
ข้อ 40.สำนักนายกรัฐมนตรีมีฐานะเป็น
ก.กระทรวง ข.ทบวง
ค.กรม ง.กอง
อธิบาย มาตรา 7
ข้อ 41.ในกรณีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอให้แต่งตั้งบุคคลใดเป็นผู้รักษาราชการแทน
ก.ปลัดอำเภอ ข.หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอผู้มีอาวุโส
ค.ปลัดจังหวัด ง.ข้อ
อธิบาย มาตรา 64
ข้อ 42.นายอำเภอ สังกัดตามข้อใด
ก.กรมการปกครอง
ข.กระทรวงมหาดไทย
ค.สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
ง.สำนักนายกรัฐมนตรี
อธิบาย มาตรา 62
ข้อ 43.ใครมีอำนาจปกครองบังคับบัญชาข้าราชการในอำเภอและรับผิดชอบงานบริหารราชการของอำเภอ
ก.นายอำเภอ ข.ปลัดอาวุโส
ค.กรมการอำเภอ ง.ผู้ว่าราชการจังหวัด
อธิบาย มาตรา 62 ในอำเภอหนึ่งมีนายอำเภอคนหนึ่งเป็นหัวหน้าปกครองบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการในอำเภอและรับผิดชอบงานบริหารราชการของอำเภอ
ข้อ 44.ใครมีหน้าที่ในการพัฒนาระบบราชการ
ก.คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
ข.คณะกรรมการส่งเสริมระบบราชการ
ค.คณะกรรมการคุณธรรมจริยธรรม
ง.คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
อธิบาย มาตรา 71/1
ข้อ 45.สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสังกัดหน่วยงานใด
ก.สำนักนายกรัฐมนตรี
ข.กระทรวงดิจิทัล
ค.กระทรวงการคลัง
ง.กระทรวงมหาดไทย
ข้อ 46.ส่วนราชการที่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่ขึ้นตรงต่อปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ข้อใดไม่ใช่
ก.สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ข.กรมประชาสัมพันธ์
ค.สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
ง.สำนักเลขานุการนายกรัฐมนตรี
ข้อ 47 กรแบ่งส่วนราชการภายในสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ทำเป็นกฎหมายใด และผู้ใดลงนาม
ก.กฎกระทรวง รัฐมนตรี
ข.พระราชกำหนด รัฐมนตรี
ค.พระราชกฤษฎีกา นายกรัฐมนตรี
ง.พระราชบัญญัติ นายกรัฐมนตรี
อธิบาย มาตรา 8
ข้อ 48.ส่วนราชการใดที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี
ก.สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ข.สำนักงานเลขานุการนายกรัฐมนตรี
ค.สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ง.สำนักงานคณะกรรมการงบประมาณ
เป็นยังไงบ้างคะ ได้คำตอบตรงกับเฉลยทั้งหมดหรือไม่ถ้าไม่ตรงก็กลับไปอ่านทบทวนให้เยอะๆ นะพระราชบัญญัติฯ ฉบับนี้ใช้หลักการจำเนื้อหาการออกข้อสอบก็จะเป็นไปตามตัวบทกฎหมายไม่ได้ซับซ้อนอะไร จำแม่นก็ได้คะแนนไปอยากได้คะแนนมากก็ต้องดูบ่อยๆ
เฉลย
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น